Gift2Lover : Lesson 04 ท้า..
posted on 27 Aug 2008 21:22 by gift2lover in gift2loverStory
ตอนที่ 4
พิมพิกาละทิ้งงานที่บ้านซึ่งเป็นโรงเพาะเลี้ยงปลาตลอดช่วงเช้าเพื่อช่วยทำความสะอาดครั้งใหญ่ให้แก่ร้าน ดาหลา ร้านของแม่ของภราดาที่ตกทอดมาถึงภราดา พิมพิกาบิดตัวไปมาอย่างเมื่อยล้า เหงื่อท่วมตัวในชุดวิ่งที่มีเหงื่อสะสมอยู่ก่อนแล้วจากเมื่อเช้า
“พอแค่นี้ก่อนละกันนะ” พิมพิกาบอก “ฉันเหนื่อย ไม่ไหวแล้ว”
ภราดายืนยิ้มมองร้าน ดาหลาที่สะอาดเอี่ยมเหมือนเพิ่งเปิดร้านใหม่ ติดแต่ตรงที่ของในร้านยังเก่า
“อืม..พอแค่นี้ก็ได้”
“ฉันกิวข้าวจะตายอยู่แล้ว วิ่งแต่เช้า ยังไม่ได้กลับไปกินข้าวเช้าเลย ที่ก็เที่ยงแล้วด้วยนะ” พิมพิกากลอกตาเหมือนเด็ก
“เออ ๆ เดี๋ยวเลี้ยง แต่จะให้ทิ้งร้านไปกินน่ะเหรอ”
“แต่เมื่อเช้าก็ไม่เห็นมีคนเลยนี่นา ตอนเที่ยงใครเข้าจะมาซื้อของขวัญกันล่ะ มีแต่จะไปกินข้าวกันทั้งนั้น ไปซอยสองร้านข้าวสมุนไพรนะ ฉันอยากกิน”
“ทำไมต้องซอยสองด้วยล่ะ” ภราดาหันควับมามองหน้าเพื่อน
“แล้วซอยสามมันมีร้านข้าวสมุนไพรหรือเปล่าล่ะ”
“กินที่อื่นไม่ได้หรือไง ทำไมต้องไปซอยสองด้วยล่ะ”
“เธอนี่ยังไง..เกลียดร้านหมอนั่นแล้วเลยพาลเกลียดซอยสองไปเลยหรือไง ไร้สาระจริง ๆ อย่างนี้เธอก็เกลียดเพื่อน ๆ ที่มีบ้านอยู่ซอยสองด้วยสิ เกลียดลุงบากด้วยเพราะลุงบากขับซาเล้งผ่านซอยสองเกือบทุกวัน”
“ชิ..” ภราดายื่นปากจะเถียง แต่ก็จริงอย่างที่พิมพิกาว่า “เออ ๆ ไปก็ไป”
พิมพิกาฉีกยิ้มเปลี่ยนเป็นเด็กอีกครั้ง “ไปกัน ๆ”
จากร้าน ดาหลา พอข้ามถนนไปก็จะเจอร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เจ้าของร้านเป็นลุงอ้วน ๆ นั่งประจำโต๊ะเก็บเงิน มีลูกจ้างเป็นพวกวัยรุ่นที่หารายได้พิเศษ พวกลูกจ้างมักจะชอบแซวภราดาเวลาเดินผ่าน แต่หลังจากที่โดนถีบหน้าไปหนึ่งคน ทุกคนก็เงียบกริบ
“จะไปไหนกันหรือครับ”
“ไปไหนก็เรื่องของฉัน” ภราดาท้าวเอว
“ไม่ได้ถามเธอยัยทอม ฉันถามพิมหรอก” เพื่อนที่เคยอยู่โรงเรียนเดียวกันสมัยเด็กเบ้ปากมองภราดาอย่างเหยียด ๆ
“ไปซอยสอง ไปกินข้าวสมุนไพร ไปด้วยกันมั้ย” พิมพิกาชวนอย่างอารมณ์ดี
“เอ๋..” ลูกจ้างร้านซ่อมรถงง ๆ “ชวนเหรอ”
“ยัยพิม ไปชวนมัน..” ภราดากระตุกแขน
พิมพิกาหยิกเพื่อนเบา ๆ แล้วคุยกับลูกจ้างต่อ “แหม..นี่ก็เที่ยงแล้ว อีกอย่างก็กำลังหาคนเลี้ยงข้าวอยู่พอดี ฉันเองก็นาน ๆ จะได้มากินข้างแถว ๆ นี้ซะด้วย”
ลูกจ้างยิ้มลำพอง “โอ้..ได้สิครับ ได้เลย..เถ้าแก่..ผมพักเที่ยงก่อนนะ”
“เออ..ไปไหนก็ไป” เสียงลุงอ้วนหลังโต๊ะเก็บเงินตะโกนมา
“งั้นไปกันเลยครับ” ลูกจ้างผายมือออก ชี้ไปที่ตรอกแคบ ๆ ข้างร้าน
ภราดาตบหัวตัวเองด้วยความเบื่อหน่าย...
ร้านข้าวสมุนไพรมีคนแน่นร้าน ภายในร้านตกแต่งสไตล์ล้านนา ใช้สีไม้เนื้อเข้มตัดกับผ้าไหมที่ทอดยาวจากเพดานช่วยขับให้ร้านดูโดดเด่น นอกจากเจ้าของร้านจะทำร้านข้าวสมุนไพร ด้านหลังร้านยังทอผ้าและย่อมสีอีกต่างหาก ภราดายื่นคอมองหาโต๊ะว่าง มีอยู่โต๊ะหนึ่งอยู่ริมขอบหน้าต่าง มีแค่ลูกค้าเดียวนั่งหันหลังให้
“นายไปขอเค้านั่งสิ” ภราดาบอกลูกจ้างร้านซ่อมจักรยานยนต์
“..เห็นแก่พิมหรอกนะ” เขาเดินเข้าไปพูดสองสามประโยคแล้วกวักมือเรียก
ภราดานั่งลงตรงข้ามกับลูกค้าเจ้าของโต๊ะพอดี เพราะลูกจ้างร้านซ่อมจงใจอยากนั่งตรงข้ามกับพิมพิกา แต่ยังไม่ทันทีก้นจะถึงเกาอี้ ภราดาก็รีบลุกขึ้น
“ตายจริง..คุณเองหรือคะ” พิมพิกาเสียงอ่อนเสียงหวาน เพราะคน ๆ นั้นคือเจ้าของร้าน Gift2lover “นั่งลงสิดา เสียมารยาทจริงเชียว”
“เอ่อ..ไปกินร้านอื่นดีกว่า ฉันเบื่อข้าวสมุนไพร”
“เบื่ออะไร..เธอตกลงเลี้ยงฉันนะ”
“ก็ให้ นายนี่เลี้ยงสิ” ภราดาชี้ลูกจ้าง
“อือ..ผมเลี้ยงเอา”
“นั่นไง..” ภราดาดันเก้าอี้แล้วเดินหนี
“เดี๋ยวสิครับ..” เจ้าของร้าน Gift2lover เอ่ยขึ้น “คุณไม่พอใจอะไรผมหรือเปล่า”
ภราดาหยุด แต่หันหลังให้ “ป่าวหรอกค่ะ ฉันเพิ่งจะเจอคุณเมื่อเช้า แล้วคุณจะทำให้ฉันไมพอใจได้ยังไง”
“ก็..” เขาเกาที่ต้นคอ “ก็..คุณเป็นเจ้าของร้านดาหลาใช่มั้ยล่ะครับ”
พิมพิกาอ้าปากหวอ ภราดาเองก็ยืนตัวเกร็ง
“ผมรู้มาจากลูกค้าที่มาที่ร้านว่าคุณเป็นเจ้าของร้านดาหลา คุณคงจะไม่พอใจผมที่ผมไปแย่ง..”
“ไม่หรอกค่ะ” ภราดาหันควับมองหน้าเขา “ฉันไม่ได้ไม่พอใจคุณหรอก แต่ว่าคุณคือคู่แข่งทางการค้า ฉันเลย..ฉันเลย..ทำตัวไม่ค่อยถูก”
“แล้วผมไม่แย่กว่าเหรอครับ..ผมไม่ใช่คนที่นี่ ไม่มีพวกมีฝูงที่นี่เลย ผมสิต้องกลัวคุณมากกว่า”
“กลัว..ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าฉันกลัว” ภราดาก้าวเท้าหนึ่งก้าว
“อ่าๆ..ขอโทษครับ แต่ว่าคือ..”
“ฉันไม่ได้กลัวคุณ” ภราเดินกลับมานั่ง “แล้วฉันก็ไม่ได้หนี”
เจ้าของร้าน Gift2lover ยิ้มในความดื้อรั้นของเธอ “ครับ ๆ ผมเพิ่งมาอยู่ใหม่ ยังรู้จักคนไม่มาก แต่ถ้าผมดันทำให้ใครไม่ถูกใจโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัวผมก็รู้สึกแย่”
เด็กเสริฟอาหารเอาข้าวสมุนไพรมาให้เขาพอดี พร้อมกับถามคนสามคนที่มาใหม่ว่าจะสั่งอะไร
“ขอข้าวสมุนไพรอีกเจ็ดชาม” ภราดาบอก
“เจ็ดชาม..เธอจะบ้าเหรอ” พิมพการ้องห้าม แต่ถูกเธอปิดปาก
“สองชามสำหรับเธอกับนายร้านมอเตอร์ไซ สามชามของฉันและอีกสองรวมกับที่สั่งก่อนเป็นสามคือของนาย”
“เอาแล้วไง..” ลูกจ้างร้านซ่อมเอ่ยลอย ๆ
“หมายความว่า..” เจ้าของร้าน Gift2lover ชูสามนิ้ว “คุณกินสาม ผมกินสาม”
“ใช่..เรามาแข่งกัน”
“แข่งหรือ”
“ใช่ แข่งกินข้าวสมุนไพร ถ้านายชนะก็แล้วไป แต่ถ้านายแพ้”
พิมพิกาหลับตาปี๋ เอามือปิดหู ไม่อยากจะรู้เลยว่าเพื่อนของเธอจะพูดอะไรต่อ
ภราดาจับมือที่ปิดหูของพิมพิกาลงแต่ต้องจ้องเขาเขม็ง “ถ้านายแพ้ นายต้องเลิกทำร้านของนายซะ”
ทั้งสามคนที่ร่วมโต๊ะมองภราดาเป็นตาเดียว
“ว่าแล้ว..” ลูกจ้างร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ก้มหน้านิ่ง
“เพี้ยนไปแล้ว” พิมพิกากัดเล็บนิ้วชี้
ภราดาจ้องไม่เลิก..
“อะ..อะไรนะครับ คุณว่าไงนะ”
“จะรับคำท้ามั้ย นี่ถือว่าเป็นการรับน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านนี้ นายกลัวหรือไง”
“ผมไม่ได้กลัว..แต่จะให้ผมรับคำท้าบ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้ได้ยังไง”
“คำท้าบ้า ๆ บอ ๆ อย่างนั้นเหรอ..นายเห็นว่าฉันท้านายบ้า ๆ บอ ๆ เหรอ”
เจ้าของร้าน gift2lover เห็นสีหน้าเกรี้ยดกราวของฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง “ใช่..บ้า ๆ บอ ๆ จะให้ผมเลิกทำร้านน่ะคงเป็นไปไม่ได้หรอก”
“เชอะ..แค่ท้าเฉย ๆ แค่นี้ก็ไม่กล้า”
ผู้หญิงคนนี้สีหน้ากวนประสาทเป็นที่สุด ยัยทอมเอ้ย.. “ได้..ผมรับคำท้า แต่ขอเปลี่ยนกติกา หากผมแพ้ผมเลิก และถ้าหากคุณแพ้คุณก็ต้องเลิก แล้วก็ต้องมาขอโทษผมด้วย”
ช่วงนั้นเป็นช่วงวิกฤตของโต๊ะริมหน้าต่าง ๆ อย่างยิ่ง ไม่มีใครสังเกตว่าทั้งร้านได้มองมาที่โต๊ะริมหน้าต่างนั้นหมด แม้แต่เจ้าของร้านข้าวสมุนไพรเองก็ด้วย
ภราดาตกใจ แต่ก็ต้องเก็บความตกใจเอาไว้..
“เอาสิ..ฉันไม่กลัวคำท้าบ้า ๆ บอ ๆ ของนายหรอก”
พิมพิกาละทิ้งงานที่บ้านซึ่งเป็นโรงเพาะเลี้ยงปลาตลอดช่วงเช้าเพื่อช่วยทำความสะอาดครั้งใหญ่ให้แก่ร้าน ดาหลา ร้านของแม่ของภราดาที่ตกทอดมาถึงภราดา พิมพิกาบิดตัวไปมาอย่างเมื่อยล้า เหงื่อท่วมตัวในชุดวิ่งที่มีเหงื่อสะสมอยู่ก่อนแล้วจากเมื่อเช้า
“พอแค่นี้ก่อนละกันนะ” พิมพิกาบอก “ฉันเหนื่อย ไม่ไหวแล้ว”
ภราดายืนยิ้มมองร้าน ดาหลาที่สะอาดเอี่ยมเหมือนเพิ่งเปิดร้านใหม่ ติดแต่ตรงที่ของในร้านยังเก่า
“อืม..พอแค่นี้ก็ได้”
“ฉันกิวข้าวจะตายอยู่แล้ว วิ่งแต่เช้า ยังไม่ได้กลับไปกินข้าวเช้าเลย ที่ก็เที่ยงแล้วด้วยนะ” พิมพิกากลอกตาเหมือนเด็ก
“เออ ๆ เดี๋ยวเลี้ยง แต่จะให้ทิ้งร้านไปกินน่ะเหรอ”
“แต่เมื่อเช้าก็ไม่เห็นมีคนเลยนี่นา ตอนเที่ยงใครเข้าจะมาซื้อของขวัญกันล่ะ มีแต่จะไปกินข้าวกันทั้งนั้น ไปซอยสองร้านข้าวสมุนไพรนะ ฉันอยากกิน”
“ทำไมต้องซอยสองด้วยล่ะ” ภราดาหันควับมามองหน้าเพื่อน
“แล้วซอยสามมันมีร้านข้าวสมุนไพรหรือเปล่าล่ะ”
“กินที่อื่นไม่ได้หรือไง ทำไมต้องไปซอยสองด้วยล่ะ”
“เธอนี่ยังไง..เกลียดร้านหมอนั่นแล้วเลยพาลเกลียดซอยสองไปเลยหรือไง ไร้สาระจริง ๆ อย่างนี้เธอก็เกลียดเพื่อน ๆ ที่มีบ้านอยู่ซอยสองด้วยสิ เกลียดลุงบากด้วยเพราะลุงบากขับซาเล้งผ่านซอยสองเกือบทุกวัน”
“ชิ..” ภราดายื่นปากจะเถียง แต่ก็จริงอย่างที่พิมพิกาว่า “เออ ๆ ไปก็ไป”
พิมพิกาฉีกยิ้มเปลี่ยนเป็นเด็กอีกครั้ง “ไปกัน ๆ”
จากร้าน ดาหลา พอข้ามถนนไปก็จะเจอร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เจ้าของร้านเป็นลุงอ้วน ๆ นั่งประจำโต๊ะเก็บเงิน มีลูกจ้างเป็นพวกวัยรุ่นที่หารายได้พิเศษ พวกลูกจ้างมักจะชอบแซวภราดาเวลาเดินผ่าน แต่หลังจากที่โดนถีบหน้าไปหนึ่งคน ทุกคนก็เงียบกริบ
“จะไปไหนกันหรือครับ”
“ไปไหนก็เรื่องของฉัน” ภราดาท้าวเอว
“ไม่ได้ถามเธอยัยทอม ฉันถามพิมหรอก” เพื่อนที่เคยอยู่โรงเรียนเดียวกันสมัยเด็กเบ้ปากมองภราดาอย่างเหยียด ๆ
“ไปซอยสอง ไปกินข้าวสมุนไพร ไปด้วยกันมั้ย” พิมพิกาชวนอย่างอารมณ์ดี
“เอ๋..” ลูกจ้างร้านซ่อมรถงง ๆ “ชวนเหรอ”
“ยัยพิม ไปชวนมัน..” ภราดากระตุกแขน
พิมพิกาหยิกเพื่อนเบา ๆ แล้วคุยกับลูกจ้างต่อ “แหม..นี่ก็เที่ยงแล้ว อีกอย่างก็กำลังหาคนเลี้ยงข้าวอยู่พอดี ฉันเองก็นาน ๆ จะได้มากินข้างแถว ๆ นี้ซะด้วย”
ลูกจ้างยิ้มลำพอง “โอ้..ได้สิครับ ได้เลย..เถ้าแก่..ผมพักเที่ยงก่อนนะ”
“เออ..ไปไหนก็ไป” เสียงลุงอ้วนหลังโต๊ะเก็บเงินตะโกนมา
“งั้นไปกันเลยครับ” ลูกจ้างผายมือออก ชี้ไปที่ตรอกแคบ ๆ ข้างร้าน
ภราดาตบหัวตัวเองด้วยความเบื่อหน่าย...
ร้านข้าวสมุนไพรมีคนแน่นร้าน ภายในร้านตกแต่งสไตล์ล้านนา ใช้สีไม้เนื้อเข้มตัดกับผ้าไหมที่ทอดยาวจากเพดานช่วยขับให้ร้านดูโดดเด่น นอกจากเจ้าของร้านจะทำร้านข้าวสมุนไพร ด้านหลังร้านยังทอผ้าและย่อมสีอีกต่างหาก ภราดายื่นคอมองหาโต๊ะว่าง มีอยู่โต๊ะหนึ่งอยู่ริมขอบหน้าต่าง มีแค่ลูกค้าเดียวนั่งหันหลังให้
“นายไปขอเค้านั่งสิ” ภราดาบอกลูกจ้างร้านซ่อมจักรยานยนต์
“..เห็นแก่พิมหรอกนะ” เขาเดินเข้าไปพูดสองสามประโยคแล้วกวักมือเรียก
ภราดานั่งลงตรงข้ามกับลูกค้าเจ้าของโต๊ะพอดี เพราะลูกจ้างร้านซ่อมจงใจอยากนั่งตรงข้ามกับพิมพิกา แต่ยังไม่ทันทีก้นจะถึงเกาอี้ ภราดาก็รีบลุกขึ้น
“ตายจริง..คุณเองหรือคะ” พิมพิกาเสียงอ่อนเสียงหวาน เพราะคน ๆ นั้นคือเจ้าของร้าน Gift2lover “นั่งลงสิดา เสียมารยาทจริงเชียว”
“เอ่อ..ไปกินร้านอื่นดีกว่า ฉันเบื่อข้าวสมุนไพร”
“เบื่ออะไร..เธอตกลงเลี้ยงฉันนะ”
“ก็ให้ นายนี่เลี้ยงสิ” ภราดาชี้ลูกจ้าง
“อือ..ผมเลี้ยงเอา”
“นั่นไง..” ภราดาดันเก้าอี้แล้วเดินหนี
“เดี๋ยวสิครับ..” เจ้าของร้าน Gift2lover เอ่ยขึ้น “คุณไม่พอใจอะไรผมหรือเปล่า”
ภราดาหยุด แต่หันหลังให้ “ป่าวหรอกค่ะ ฉันเพิ่งจะเจอคุณเมื่อเช้า แล้วคุณจะทำให้ฉันไมพอใจได้ยังไง”
“ก็..” เขาเกาที่ต้นคอ “ก็..คุณเป็นเจ้าของร้านดาหลาใช่มั้ยล่ะครับ”
พิมพิกาอ้าปากหวอ ภราดาเองก็ยืนตัวเกร็ง
“ผมรู้มาจากลูกค้าที่มาที่ร้านว่าคุณเป็นเจ้าของร้านดาหลา คุณคงจะไม่พอใจผมที่ผมไปแย่ง..”
“ไม่หรอกค่ะ” ภราดาหันควับมองหน้าเขา “ฉันไม่ได้ไม่พอใจคุณหรอก แต่ว่าคุณคือคู่แข่งทางการค้า ฉันเลย..ฉันเลย..ทำตัวไม่ค่อยถูก”
“แล้วผมไม่แย่กว่าเหรอครับ..ผมไม่ใช่คนที่นี่ ไม่มีพวกมีฝูงที่นี่เลย ผมสิต้องกลัวคุณมากกว่า”
“กลัว..ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าฉันกลัว” ภราดาก้าวเท้าหนึ่งก้าว
“อ่าๆ..ขอโทษครับ แต่ว่าคือ..”
“ฉันไม่ได้กลัวคุณ” ภราเดินกลับมานั่ง “แล้วฉันก็ไม่ได้หนี”
เจ้าของร้าน Gift2lover ยิ้มในความดื้อรั้นของเธอ “ครับ ๆ ผมเพิ่งมาอยู่ใหม่ ยังรู้จักคนไม่มาก แต่ถ้าผมดันทำให้ใครไม่ถูกใจโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัวผมก็รู้สึกแย่”
เด็กเสริฟอาหารเอาข้าวสมุนไพรมาให้เขาพอดี พร้อมกับถามคนสามคนที่มาใหม่ว่าจะสั่งอะไร
“ขอข้าวสมุนไพรอีกเจ็ดชาม” ภราดาบอก
“เจ็ดชาม..เธอจะบ้าเหรอ” พิมพการ้องห้าม แต่ถูกเธอปิดปาก
“สองชามสำหรับเธอกับนายร้านมอเตอร์ไซ สามชามของฉันและอีกสองรวมกับที่สั่งก่อนเป็นสามคือของนาย”
“เอาแล้วไง..” ลูกจ้างร้านซ่อมเอ่ยลอย ๆ
“หมายความว่า..” เจ้าของร้าน Gift2lover ชูสามนิ้ว “คุณกินสาม ผมกินสาม”
“ใช่..เรามาแข่งกัน”
“แข่งหรือ”
“ใช่ แข่งกินข้าวสมุนไพร ถ้านายชนะก็แล้วไป แต่ถ้านายแพ้”
พิมพิกาหลับตาปี๋ เอามือปิดหู ไม่อยากจะรู้เลยว่าเพื่อนของเธอจะพูดอะไรต่อ
ภราดาจับมือที่ปิดหูของพิมพิกาลงแต่ต้องจ้องเขาเขม็ง “ถ้านายแพ้ นายต้องเลิกทำร้านของนายซะ”
ทั้งสามคนที่ร่วมโต๊ะมองภราดาเป็นตาเดียว
“ว่าแล้ว..” ลูกจ้างร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ก้มหน้านิ่ง
“เพี้ยนไปแล้ว” พิมพิกากัดเล็บนิ้วชี้
ภราดาจ้องไม่เลิก..
“อะ..อะไรนะครับ คุณว่าไงนะ”
“จะรับคำท้ามั้ย นี่ถือว่าเป็นการรับน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านนี้ นายกลัวหรือไง”
“ผมไม่ได้กลัว..แต่จะให้ผมรับคำท้าบ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้ได้ยังไง”
“คำท้าบ้า ๆ บอ ๆ อย่างนั้นเหรอ..นายเห็นว่าฉันท้านายบ้า ๆ บอ ๆ เหรอ”
เจ้าของร้าน gift2lover เห็นสีหน้าเกรี้ยดกราวของฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง “ใช่..บ้า ๆ บอ ๆ จะให้ผมเลิกทำร้านน่ะคงเป็นไปไม่ได้หรอก”
“เชอะ..แค่ท้าเฉย ๆ แค่นี้ก็ไม่กล้า”
ผู้หญิงคนนี้สีหน้ากวนประสาทเป็นที่สุด ยัยทอมเอ้ย.. “ได้..ผมรับคำท้า แต่ขอเปลี่ยนกติกา หากผมแพ้ผมเลิก และถ้าหากคุณแพ้คุณก็ต้องเลิก แล้วก็ต้องมาขอโทษผมด้วย”
ช่วงนั้นเป็นช่วงวิกฤตของโต๊ะริมหน้าต่าง ๆ อย่างยิ่ง ไม่มีใครสังเกตว่าทั้งร้านได้มองมาที่โต๊ะริมหน้าต่างนั้นหมด แม้แต่เจ้าของร้านข้าวสมุนไพรเองก็ด้วย
ภราดาตกใจ แต่ก็ต้องเก็บความตกใจเอาไว้..
“เอาสิ..ฉันไม่กลัวคำท้าบ้า ๆ บอ ๆ ของนายหรอก”
Tags: gift2lover, นิยาย0 Comments