Gift2Lover : Lesson 05 น้ำกระเจี๊ยบ

posted on 28 Aug 2008 16:18 by gift2lover  in gift2loverStory
ตอนที่ 5
ข้าวสมุนไพรหลากสีจำนวน 7 จานวางเรียงรายอยู่ตรงหน้าคนทั้ง 4 โดยมีเจ้าของร้านคือป้าวัย 40 กว่าปีเป็นคนนำมาเสริฟด้วยตนเอง
“เห็นว่าจะแข่งกันกิน ป้าเลยให้พิเศษ..”
“พิเศษ..” ลูกร้านร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ทำหน้าเบ้ “ใจดีจัง”
“อีกอย่าง..คนทั้งร้านลงขันพนันกัน”
“อะไรนะคะ..” ภราดาเงยหน้ามองป้าสมุนไพร ป้าแกชื่อสมุนไฟรจริง ๆ นั่นล่ะ “ป้าสมุนไพร ให้ลูกต้าเล่นพนันหรือคะ”
“ป้าเปล่า ๆ ...ป้าแค่วางสมุดจดและขันสองขันเท่านั้นเอง แล้วทุกคนก็โยนเงินมาใส่ขันก่อนใหม่”
“สรุปว่าป้าเป็นเจ้ามือสินะคะ” พิมพิกาเหล่มอง
“ก็..ทำนองนั้นล่ะ แต่อย่ามาสนใจป้าเลย รีบ ๆ แข่งกันดีกว่า ดูสิ..” ป้าสมุนไพรชี้นิ้วไปทางด้านหลัง “เค้ารอกันอยู่”
พอทั้ง 4 คนหันไปมองก็ต้องตกใจ เพราะทุกสายตาจับจองมาที่โต๊ะนี้
เจ้าของร้าน Gift2lover เหล่มองภราดา ตอนนี้แก้มกับจมูกเธอออกสีชมพู เขาเลยเผลอมองไปเรื่อย ๆ จนเธอหันมาสบตา เขาจึงอ้ำอึ้งแล้วพูดออกมา “ก็ดีนะครับ คุณเจ้าของร้านดาหลา มีพยานเยอะแยะ”
“..พยานที่นายพูดถึงก็คนในหมู่บ้านนี้ทั้งนั้น พวกเค้าก็ต้องเชียร์ฉันกันหมด ทุกคนเชียร์ฉันอยู่แล้ว”
“ไหน ๆ ..พี่ดินสออยู่ไหน” มีเสียงตะโกนดังจากข้างนอกเข้ามาในร้าน บรรดาวัยรุ่นสาว ๆ วิ่งกรูเข้ามา มีคนหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือแนบหู มองหาเพื่อนที่นั่งอยู่ในร้าน คงจะโทรเรียกกันมา “นั่นไงพี่ดินสอ กะยัยภราดา”
แล้วเสียงกริ้ดกร้าดก็ดังลั่น.. จากนั้นมีเสียงตะโกนมาระลอกดังว่า “พี่ดินสอสู้เค้านะคะ”
ภราดาตกใจจนหน้าซีด ในบรรดาสาว ๆ ทั้งหลายที่เชียร์ เจ้าของร้านที่ชื่อเห่ย ๆ ว่าพี่ดินสอ นั้น มีจำนวนพอ ๆ กับคนในร้านเลย เธอฉุนเฉียวหน้าแดงมากขึ้น “มัวรออะไร แข่งกันเลยดีกว่า”
ดินสอ เจ้าของร้าน Gift2lover ยิ้มแย้มมองแก้มแดงเรื่อของภราดา แต่แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นถมึงตึง “ก็เอาสิ..”
ตอนนี้พิมพิกากับลูกจ้างร้านซ่อมฯ รู้สึกเหมือนเป็นตัวประกอบ ถ้านั่งอยู่คงกลายเป็นว่าไปเกะกะสายตาคนอื่น จึงลูกขึ้นไปยืนรวมกับคนในร้าน บรรดาสาว ๆ กรูกันเข้าใกล้ ๆ โต๊ะ ดินสอกับภาดาเลื่อนจายข้าวสมุนไรเข้ามาใกล้ตัว ป้าสมุนไพรทำตัวเป็นกรรมการ ยกมือขึ้นขวางสายตาของทั้งสอง แล้วสับมือกลางอากาศเป็นการเริ่มการแข่งขัน
เสียงกริ๊ดดังลั่นอีกครั้ง และเสียงโห่เฮของฝ่ายภราดาตามมากลบ
ดินสอตักข้าวสมุนไพรเข้าปากอย่างรวดเร็ว ผิดกับภราดาที่ค่อย ๆ ละเลียดทานอย่างเป็นสุข
“ดินสอเห่ย ๆ นายเสร็จฉันแน่” เธอพูดเบา
ตัดมาที่พิมพิกา เธอกำลังยืนอธิบายให้ลูกจ้างร้านซ่อมฟัง “สมัยก่อนยัยนี่น่ะเคยท้าแข่งแบบนี้แหละ แล้วก็ชนะทุกคนทั้งผู้ชายผู้หญิง ฉันล่ะกลัวจริง ๆ ว่านายดินสอนั่นจะแพ้”
“ทำไมยัยทอมถึงได้กินเก่งขนาดนี้ล่ะ”
“ยัยนี่เป็นประเภทที่พอเศร้าแล้วจะกิน ๆๆ แล้วก็โหมวิ่ง ๆๆ ก็เลยไม่อ้วน อีกอย่างเคล็ดลับแข่งกินของยัยนี่ก็คือการกินน้ำกระเจี๊ยบตามไปด้วย..”
“ขอน้ำกระเจี๊ยบสามขวด เย็น ๆ” ภราดาชูสามนิ้ว แล้วตักข้าวใส่ปากอย่างรื่นรม
ดินสอวางจานเปล่าจานแรกลง แล้วเลื่อนจานที่สองมาตรงหน้า “น้ำโคล่าสามขวด เย็นจนเป็นวุ้น” เขาชูสามนิ้วเลียนแบบ
น้ำกระเจี๊ยบและโคล่า 6 ขวดตั้งบนโต๊ะพร้อมกัน ภราดากับดินสอคว้าขวดแรกมายกดื่มเอี๊ยก ๆ ฝ่ายภราดาดื่มเสร็จก็เรอเสียงดังแล้วตักข้าวก้นจานแรกเข้าปากสีหน้าเปี่ยมสุข
..ให้ตายสิ..ผู้หญิงอะไรเรอต่อหน้าผู้ชายที่เพิ่งรู้จัก แถมมีคนดูเต็มไปหมด ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ฉันไม่อายหรอก ..พอคิดแบบนั้นดินสอก็รวบรวมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำโคล่าเรอออก เสียงเหมือนกบสิบตัวร้องพร้อมกัน
ภราดาที่กำลังเอาช้อนเข้าปากและในมือถือข้าวจานที่สองหยุดชะงักมองเขา ...น่าเกลียดชะมัด ฉันเรอออกจะน่ารัก คิดจะเลียนแบบแต่ไม่ดูตัวเองเลยสักนิด
พอเรอเสร็จเขารู้สึกโล่งกระเพาะเหลือเกิน จึงตักจ้วงจานที่สองเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย แล้วพอเขาตักไปได้ครึ่งจานก็รู้สึกอึดอัดเพราะก๊าซยังเหลือในกระเพาะ เข้าจึงหยุดตักข้าวใส่ปากแล้วพยายามเคี้ยวข้าวให้ละเอียดก่อนกลืน พอติดคอก็จิบน้ำโคล่าตามลงไป
..นั่นไง..เริ่มกระเดือกไม่ลงแล้วละสิ นายอยากเล่นกับฉันเอง ไอ้ดินสอเห่ย ๆ
ทำไมยัยนี่ถึงกินได้เรื่อย ๆ เลยนะ ยัยนี่มี 4 กระเพาะหรือไงกัน
ต่อมาภราดาใช้แผนทำหน้าแบบกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกพอจานที่สองหมด เอามือก่าย ๆ ขอบโต๊ะ ตัวงอก้มหน้าแต่ตาเหลือบมองเขา
ฮ่า ๆๆ..หมอบแล้วล่ะสิ นึกว่าจะแน่แค่ไหน ..เขาจ้วกจานที่สองจะหมดแล้วตักจานที่สามอย่างรวดเร็ว
เสร็จฉัน..หลงกลฉันอีกแล้ว.. ภราดาเปลี่ยนท่าทีมานั่งตัวตรง จิบน้ำกระเจี๊ยบอย่างสบายอารมณ์ก่อนตักข้าวในจานที่สามพลางมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ข้าวในจานที่สามของดินสอลดไปได้ไม่ถึงครึ่งเขาก็เริ่มจุก พอมองเห็นฝ่ายตรงข้ามอารมณ์ดีผิดคาดก็เผลอไอพ่นเอาข้าวหลายเม็ดออกมาจากปาก
“หยี...” ภราดาร้อง โชคดีที่มันไม่โดนตัวเธอ “นี่แกล้งสำลักกะจะเอาข้าวออกหรือไง”
ดินสอเลิกคิ้ว แต่พูดแก้ตัวไม่ได้เพราะข้าวเต็มปาก
ภราดายื่นระรื่น “พูดไม่ได้เหรอ ไม่ต้องพูดหรอก หน้าที่ของนายตอนนี้ก็คือกินเท่านั้นน่ะ”
พิมพิกาหันไปบอกลูกจ้างซ่อมรถอีก “อ้อ..อีกอย่าง ยัยดาชอบพูดจากวนโมโห จนทำให้ฝ่ายตรงข้ามสำลัก ถ้าลำสักมาก ๆ เข้าก็จะปรับแพ้”
“ถ้านายทำข้าวออกจากปากนายอีกฉันปรับนายแพ้นะ”
ดินสอเกือบสำลักอีกเพราะคำพูดของเธอ เขาเอามือปิดปากแล้วดัน ๆ ข้าวเข้าไป สายตามองเธอที่บรรจงตักข้าวเข้าปากอย่างเจ็บใจ...ยัยนี่มันแชมป์แข่งกินข้าวอยู่แล้วนี่...ฉันหลงกลมาตั้งแต่แรกเลยงั้นรึ..ไม่ได้การ ต้องทำอะไรสักอย่าง
ภราดาหยิบขวดน้ำกระเจี๊ยบขวดที่สอง แต่ดินสอกลับคว้าไปหน้าเฉยแล้วดื่มมันลงไปพร้อมกับแย่งขวดที่สามมา แล้วดันน้ำโคล่าของตัวเองไปให้
“อะไรของนาย..”
เขาเรออีกรอบ คราวนี้รู้สึกโล่งกระเพาะขึ้นมาอีกนิด “ห้ามสั่งเพิ่ม ไม่งั้นปรับแพ้”
ภราดาจ้องเขา อยากจะเอาขวดโคล่าฟาดให้สลบไปเสียตรงนี้
“อ้อ..เคล็ดลับคงอยู่ที่น้ำกระเจี๊ยบ..” ดินสอมองข้าวในจานเธอ “กินต่อสิ ข้าวยังเหลืออีกเพียบเลย”
ภราดาฉุนเฉียวตักข้าวใส่ปากโดยปราศจากน้ำกระเจี๊ยบ..
พิมพิกาหันไปพูดกับลูกจ้างอีก “แย่ล่ะ..ไม่มีน้ำกระเจี๊ยบนั่นก็เหมือนนกไร้ปีก”
“นกไร้ปีก..เปรียบเทียบโอเวอร์ไปรึเปล่า..”
“ไม่น่ะ..น้ำกระเจี๊ยบน่ะมีฤทธิ์เป็นกรด มันจะช่วยทำให้อาหารในกระเพาะนุ่มขึ้นและรวมกันเป็นก้อน เพิ่มพื้นที่ในกระเพาะได้อีก”
“ขนาดนั้นเลยเรอะ..”
“แต่ว่าน้ำอัดลมมีแต่จะเพิ่มก๊าซในกระเพาะ แล้วส่วนมากคนก็สั่งน้ำอัดลมกินกับข้าว จึงหลงกลยัยดา”
ลูกจ้างร้ายซ่อมรถพยักหน้างึมงัมเข้าใจ
..ภราดาเริ่มเขี่ยข้าวเล่น ในขณะที่ดินสอเหลือข้าวอีกเพียงหนึ่งในสาม
“อยากปิดร้านดาหลาหรือไง” ดินสอโพล่งออกมา “ถึงได้เขี่ยข้าวเล่นเป็นนี้”
ภราดาเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตเพราะคำพูดของเขา..ปิดร้านดาหลา ไมี่วันหรอก นั่นน่ะร้านแม่ฉัน ร้านของแม่ฉัน.. เธอตักข้าวพูนช้อนเข้าปากแล้วเคี้ยว 30 ครั้งก่อนกลืน แล้วตักใหม่จนข้าวเหลือเท่าของดินสอ
แต่ดินสอไม่สะทกสะท้าน จิบน้ำกระเจี๊ยบอย่างสบายใจ “ถ้าเสมอล่ะจะว่าไง”
“ก็เริ่มจานใหม่จนกว่าจะชนะ” เธอบอก แต่ไม่ทันคิดว่าไม่มีน้ำกระเจี๊ยบอยู่กับตัวแล้ว เธอเห็นขวาที่สามที่เขาแย่งไปยังไม่ได้ถูกดื่ม จึงเอื้อมมือไปคว้า แต่ว่าดินสอรู้ทันเลยแกล้งยกขวดขึ้นดื่มทั้ง ๆ ที่ขวดที่สองยังไม่หมด
ภราดาเดือดดาลถึงที่สุดจึงรีบตักข้าวใส่ปากแบบที่ดินสอเคยทำกับจานแรก..
“แบบนี้ไม่ดีแน่..” พิมพิกาเอ่ย
ภราดาเกิดสำลักพ่นข้าวออกจากปากจนกระเด็นใส่หน้าดินสอ
ดินสอยิ้มเยาะทั้ง ๆ ที่ข้าวเกาะหน้าอยู่ “คุณบอกเองนะว่าถ้าลำลักข้าวจะปรับแพ้น่ะ”
ภราดาหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด “ไม่..ขอข้าวเท่าจำนวนที่ฉันสำลัก จะมากกว่าก็ได้” เธอตะโกนบอกป้าสมุนไพร
ตอนนั้นเสียงคนในร้านเริ่มเงียบลง..ต่างลุ้นว่าใครจะแพ้
“ดา...” ถึงคราวที่พิมพิกาต้องเตือนสติเพื่อน “..พอเถอะ..”
“ป้าสมุนไพร..เอาข้าวมาหนึ่งทัพพีเลย”
“ดา..พอเถอะ คุณดินสอเค้าไม่ได้พูดจริงหรอกที่ให้ปิดร้านน่ะ เค้าก็แค่รับคำท้าเพราะความโมโหเท่านั้นเอง”
“ไม่..ยังไงคำพูดก็ต้องเป็นคำพูด..” ภราดาตอบปฏิเสธ แต่ตาจ้องมองดินสอ “นายไม่จริงจัง แต่ฉันจริงจัง..”
ดินสอวางช้อนที่มีข้าวลง ข้าวในจานสุดท้ายเหลืออีกเพียงไม่กี่คำก็จะหมด เขามองแก้มและจมูกแดงระเรื่อของภราดา ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงเพราะเพิ่งทำความสะอาดร้านมาเมื่อเช้า
“..ร้านของฉัน...ร้านของแม่ฉัน ฉันจะต้องรักษามันให้ได้ ถึงแม้มันจะดูเก่าดูแย่ผิดกับร้านของนายลิบลับ ถึงแม้จะไม่มีคนเข้าร้านเลยก็ตาม ฉันก็จะต้องทำให้มันอยู่รอดต่อไป..เพราะเป็นร้านที่แม่ของฉันรักและทุ่มเทกับจนวันสุดท้ายของชีวิต ใครจะไม่เข้าร้านฉันก็ช่าง..” ประโยคสุดท้ายภราดามองทุกคนในร้าน รวมทั้งกลุ่มสาว ๆ ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ที่ต่างหลบสายตาของเธอ “แต่ฉันก็จะเปิดร้านดาหลาต่อไป..ร้านของฉันยึดมั่นมาตลอดเรื่องของที่ขายต้องเป็นของในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงหรือไม่ก็ของทำมือ ฉันถือว่าช่วยคนในหมู่บ้านไปในตัว”
ดินสอนิ่งเงียบฟังเธอระบาย ขอบตาของเธอเริ่มแดง..ที่แท้เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งแต่แสร้งทำตัวเข้มแข็ง
“แต่ร้านของนายล่ะ..ร้านของนายได้ช่วยอะไรคนในหมู่บ้านหรือเปล่า ร้านของนายขายของแปลก ๆ ล่อตาล่อใจ แต่ไม่ได้ช่วยเอาเงินเข้าหมู่บ้านเลย ร้านของนายเอาของที่อื่นมาขาย เอาเงินออกไปนอกหมู่บ้าน ไม่มีเงินกลับเข้ามาเลยสักนิด”
“มีสิครับ..” ดินสอพูดห้วน ๆ
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น ฝ่ายที่เชียร์ดินสอเริ่มเห็นด้วยกับภราดา
“การที่ผมกินร้านข้าวสมุนไพรนี้ก็ถือว่าเอาเงินเข้าหมู่บ้าน การที่ผมซื้อของเก่าจากลุงบากก็ถือว่าเอาเงินเข้าหมู่บ้าน การที่ผมซื้อที่ดินที่ร้านก็ถือว่าเอาเงินเข้าหมู่บ้าน คุณแค่ไม่ทำใจยอมรับเท่านั้นเอง คุณพยายามจะมองผมในแง่ร้าย เลยไม่เห็นว่าผมเอาเงินเข้าหมู่บ้านมากมายเท่าไหร่ อีกอย่างผมเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่ถึงสัปดาห์ แล้วคุณก็รู้จักผมเพียงแค่ 5 ชั่วโมง แต่คุฯกลับตัดสินใจผมเหมือนคุณรู้จักผมดี”
มีเสียง อือ ๆ เห็นด้วยดังลอดเข้ามา..
“แต่..” ภราดาพยายามจะพูดโต้ แต่เถียงไม่ออก
“เรื่องที่คุณไม่สามารถปิดร้านดาหลาได้นั้นผมเข้าใจ.. แล้วทำไมคุณถึงไม่เช้าใจว่าผมเองก็ไม่สามารถปิดร้านของผมลงได้เหมือนกัน”
ภราดานิ่ง มีน้ำตาคลอ
“คุณอยากให้ผมไปจากหมู่บ้านนี้หรือ..”
ภราดามองหน้าเขา..
“พูดมาเถอะครับ..บอกตอนนี้ก็ยังดีกว่าผมใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานกว่าแล้วค่อยมาบอก ตอนนี้ถ้าผมจะไปก็คงจะทำได้”
พิมพิกาเดินเข้ามาจับไหล่เพื่อน..
ภราดามองเขา เลื่อนสายตามองทุกคนในร้าน ป้าเจ้าของร้านส่ายหน้าเป็นสัญญาณ รวมทั้งบรรดาสาว ๆ ก็ส่ายหน้า
“คุณไปเถอะ..” ภราดาเอ่ยในที่สุด “..คุณไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เถอะ..”

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet